Website Banner



จำนวนผู้เข้าชมวันนี้ 96
จำนวนผู้เข้าชมเดือนนี้ 2904
จำนวนผู้เข้าชมเดือนที่แล้ว 5437
รวมผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด 400683

รากฐานของศาสนา

 
 
 
พระเจ้าทรงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง พระองค์สถิตอยู่ภายในทุกอณูในสากลจักรวาล การที่ประกาศว่า จะต้องทำพิธีบูชาตามอย่างเธอเท่านั้นจึงจะเห็นพระเจ้า หรือว่าพระเจ้าจะขานรับเฉพาะนามที่เธอเรียกนั้นถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทพระเจ้า ผู้ทรงรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง และถือว่าไม่รู้จักพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อีกด้วย จงมองเห็นพระเจ้าในทุกคน จงรับใช้พระองค์ด้วยการรับใช้ทุกคน จงอ้อนวอนดังนี้

"ขอให้โลกทั้งโลกจงเจริญ และขอให้มนุษย์ทุกคนจงเป็นสุข"
        ในศาสนาใหญ่ ทั้งหมด มักจะมีความขัดแย้งในด้านความคิดเห็นกันอยู่เสมอ ศาสนาอิสลามแยกเป็นนิกายชีอะห์และสุหนี่ ส่วนศาสนาคริสต์แยกออกเป็นนิกายโรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนท์ แต่ถึงจะแตกร้าวกันเป็นรอยลึกขนาดไหน ก็ไม่มีนิกายใดที่ปฏิเสธพระเจ้าและไม่มีนิกายใดที่ยกย่องการใช้ความรุนแรงและอสัตย์

        นามของพระเจ้าอาจต่างกัน จุดเน้นอาจเป็นคนละจุด แต่ทุกฝ่ายก็ถือว่า พระเจ้าเป็นความจริงแท้สูงสุด และเป็นนิรันดรเหมือนกัน การใช้ภาษาศัพท์อาจจะต่างกัน แต่ความเข้าใจไม่แตกต่างกัน เธอจะเรียกพระเจ้าว่าพระอัลเลาะห์ เรียกบทสวดมนต์ว่าละหมาด เรียกพระว่ากาจีหรือเรียกยกย่องพวกนักปราชญ์ว่าเป็นมุลลาห์ก็ได้ พระคัมภีร์ไบเบิลอาจจะอยู่ในรูปของพระคัมภีร์กุรอานก็ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เกิดพลังงานในทุกกรณีนั้นคือความรัก ความรักในทุกคน ความรักต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดพระเจ้าทรงมีทัศนะอันแน่วแน่ที่จะให้สิ่งมีชีวิตมีความรัก ความสามัคคีและทรงต้องการให้มนุษย์ก้าวจากความเป็นมนุษย์ธรรมดาให้สูงขึ้นถึงระดับความเป็นพระเจ้า



        มนุษย์ทุกคนในโลกล้วนเป็นผู้จาริกแสวงบุญ ที่เดินไปตามหนทางที่ไปสู่พระเจ้า ความเจริญของแต่ละคนขึ้นอยู่กับวินัยที่เขาปฏิบัติขึ้นอยู่กับอุปนิสัยที่เขาสร้างขึ้นและอุดมการในทัศนะของเขา เขาทำตามคำแนะนำของใคร และปลูกฝังความเชื่อไว้อย่างไร ซึ่งก็เหมือนกับหมู่พฤกษชาติ นกและสัตว์ป่า ที่มีความแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นพิธีกรรม การปฏิบัติ วินัยและอุดมการในแต่ละชุมชนก็ต่างกันออกไปแต่ละอย่างก็ดีสำหรับท้องถิ่นนั้นๆ ในสถานะและการพัฒนาการขั้นนั้นเธอไม่สามารถจะย้ายสิ่งเหล่านั้น จากชุมชนหนึ่งไปไว้ในอีกชุมชนหนึ่งบรรยากาศที่เธอเติบใหญ่ขึ้นมานั่นแหละ เหมาะสมกับตัวเธอที่สุด

       

        พิธีกรรม ศัพท์ทางศาสนา หรือท่าทีที่แสดงต่อพระเจ้าอาจจะผิดแปลกกันไป แต่ทุกศาสนาต่างก็มุ่งไปที่จุดมุ่งหมายสุดยอดอันเดียวกันร่างกายของมนุษย์มีสายเลือดเดียวกัน ที่ไหลหมุนเวียนอยู่ฉันใด สายเลือดแห่งพระเจ้าก็ไหลหมุนเวียนไปทั่วสากลจักรวาลฉันนั้น จงมองให้เห็นถึงองค์สถาปนิกผู้เป็นใหญ่ ที่อยู่เบื้องหลังและเป็นผู้ออกแบบการก่อสร้าง ผู้ประทานชีวิตที่ไม่มีใครเห็น ที่พูดเช่นนี้ก็เพราะ ฉันรู้จักบิดรภาพแห่งพระผู้เป็นเจ้า และภราดรภาพแห่งมนุษย์จงอย่าหมกมุ่นกับชีวิตด้านธุรกิจจนเกินไป ในระหว่างที่กำลังดิ้นรนหาเลี้ยงชีพอยู่นั้น อย่าลืมพระเจ้าผู้ทรงประทานชีวิตให้แก่เราเสียล่ะ

                   
แต่ละศาสนาต่างก็ให้คำนิยามแก่พระเจ้าตามขอบเขตที่ตนตั้งไว้
แล้วก็อ้างว่าตนได้พระเจ้าไว้แล้ว เหมือนชายตาบอดทั้งเจ็ดที่พูดว่าช้างเหมือนเสา
เหมือนพัด เหมือนเชือกหรือเหมือนกำแพง เพราะต่างก็คลำช้างคนละส่วนกัน
เลยไม่รู้จักช้างทั้งตัว ในทำนองเดียวกัน ศาสนาทั้งหลายต่างก็พูดถึงคนละแง่
แล้วก็ยืนยันว่าตนเห็นหมดทุกส่วน
 
        แต่ละศาสนาลืมไปว่า พระเจ้าเป็นรูปและนามทั้งปวง พระองค์มีคุณสมบัติทุกอย่างและหมายถึงทุกอย่างด้วย ศาสนาแห่งมนุษยชาติคือผลรวมของศาสนา มีเพียงศาสนาเดียวเท่านั้นคือ ศาสนาแห่งความรักความเมตตา ร่างกายส่วนต่าง ของช้าง ซึ่งคนตาบอดคิดว่าแยกจากกันเป็นส่วน นั้น ต่างก็หล่อเลี้ยงด้วยสายเลือดอันเดียวกัน ศาสนาต่าง ที่รู้เพียงบางส่วน และคิดว่าแยกจากกันนั้น ต่างก็หล่อเลี้ยงด้วยสายธารแห่งความรักความเมตตา สายเดียวกันทั้งสิ้น ”

        ความรักในพระเจ้าไม่ควรจะให้เสื่อมถอยลง จนกลายเป็นความยึดติดที่งมงาย บ้าคลั่ง และปฏิเสธนามและรูปอื่น ของพระเจ้า มันเป็นมะเร็งร้ายที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นเช่นนั้น หรือแม้แต่ในผู้ที่มีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบัน เธอจะต้องหลีกเลี่ยงมัน จงเชื่อว่าผู้ที่เคารพพระเจ้าและกลัวบาปเป็นพี่น้องของท่าน เป็นญาติมิตรสหายกัน เครื่องแต่งกายภายนอก ภาษาพูด สีผิว หรือพิธีกรรมที่เขาแสดงถึงความเคารพบูชาพระเจ้านั้นมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย

         ตุ๊กตาที่ทำด้วยน้ำตาล มันสำคัญที่น้ำตาลไม่ใช่รูปร่างที่คนผลิตออกมา
  คนซื้อมันเพราะชอบรสหวาน ไม่ว่าจะทำเป็นรูปช้าง สุนัข หนูแมว หรือสิงห์โต
  มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคํญ แล้วแต่คนจะคิดประดิษฐ์ขึ้นมา มันมีความหวานเหมือนกันหมดทุกอัน
  และนั่นคือสิ่งจำเป็น เมื่อความกระหายในความรักของพระเจ้าเกิดขึ้น 
  ความอยากและความกระหายในชั้นต่ำก็จะระงับหายไป
    

ความรักในพระเจ้า....
จะชักนำจิตของมนุษย์ให้เข้าไปสู่พระเจ้า

จากการประพฤติการกระทำ....ไปสู่การอุทิศ

จากอานันดา(ความยินดี)....ไปสู่สัต-จิอานันดา(ความสุขอันสูงสุด)

        ศาสนาทั้งหลายพยายามที่จะปลูกฝังอุดมการอันสูงส่ง ให้มันอยู่ในหัวใจมนุษย์ แต่มนุษย์ไม่ยอมให้มันงอกงามเจริญเติบโตขึ้นมา ความโลภในอำนาจและการชิงดีชิงเด่นกัน ซึ่งมีกันเป็นส่วนมาก จูงใจให้เขาใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการทำทารุณกรรมและประหัตประหารต่อกัน แทนที่จะร่วมกันสร้างความสามัคคี ก็กลับกลายเป็นการสร้างกำแพงกั้นระหว่างกันไปเสีย โดยมีความเกลียดชังและความบ้าคลั่งในศาสนาเป็นยามเฝ้าประตู



        ดังนั้น
แต่ละศาสนาจึงเป็นประดุจค่ายทหาร ที่คิดแต่จะขยายอำนาจ พยายามที่จะดึงคนในศาสนาอื่นให้มาเข้ารีตของตน และป้องกันไม่ให้คนของตนออกจากศาสนาไป ด้วยเหตุนี้ ศาสนาจึงถูกประนาม ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายและความขัดแย้ง แม้กิจการอื่นจะเจริญก้าวหน้า แต่ความชิงชังต่อต้านกันในทางศาสนา ก็กลับลุกลามเป็นเปลวเพลิงไปทั่วโลก ดังเช่นที่เป็นอยู่ในยุคปัจจุบัน

        ”
เป็นการสมควรที่จะย้ำไว้ ที่นี้ว่า ศาสนาไม่ใช่เป็นต้นเหตุแห่งสภาวะของการต่อสู้กันของแต่ละฝ่าย ความเกลียดชังที่บ้าคลั่งนั้นเกิดจากความเห็นแก่ตัวที่ควบคุมไม่อยู่ ปล่อยให้ทำตามอำเภอใจ ซึ่งศาสนาพยายามจะทำลายแนวโน้มที่ชั่วร้ายนี้ ดังนั้น เราต้องสนับสนุนศาสนา ไม่ใช่ประนาม สิ่งที่ควรประนามคือทัศนคติที่คับแคบ รังเกียจ อันเกิดจากความเกลียดชังต่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับเธอ หรือผู้ที่ยึดมั่นในความคิดของตน เกี่ยวกับอำนาจลึกลับที่ทำให้จักรวาลนี้มีชีวิต

        สงครามศาสนาและความขัดแย้งกัน
ล้วนเกิดจากความโง่เขลาเบาปัญญาและความโลภ โมห์ โทสัน ทั้งสิ้น เมื่อคนตาบอดกับความจริงที่ว่า  มนุษย์ทุกคนในโลกล้วนเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกัน เป็นหนึ่งเดียวกันที่มิอาจแบ่งแยกได้ แต่เขาก็ยังคงคลำงุ่มง้ามไปในความมืดและมีความหวาดกลัวที่จะไปโดนอะไรแปลก เข้า การปลูกฝังความรักเท่านั้นที่จะทำให้คนมีความมั่นใจในสัจจธรรมที่ว่า

โลกนี้มีเพียงวรรณะเดียว คือ วรรณะของมนุษยชาติ
และมีเพียงศาสนาเดียว คือ ศาสนาแห่งความรักความเมตตา

        การที่ไม่มีศาสนาใดให้การสนับสนุนการใช้กำลัง ความรุนแรงหรือรังเกียจความรัก ฉะนั้น จึงเป็นการไม่ถูกต้องที่จะกล่าวหาว่า ศาสนาเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายทั้งหลาย อนึ่ง เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำการรณรงค์ เพื่อต้องการใส่ร้ายป้ายสี หรือโฆษณาชวนเชื่อให้แก่ศาสนาใดศาสนาหนึ่งโดยเฉพาะ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะแย่งชิงศาสนิกชนของศาสนาอื่น

ถ้าเพียงแต่ทุกคนดำรงตนตามคำสอนของศาสดาของตน และไม่ถูกครอบงำด้วยโลภะ หรือโทสะ
โลกใบนี้ก็จะเป็นสถานที่ที่มีความสุขและมีความสงบสุขสันติมากกว่านี้ 


สัญลักษณ์ ซารวะ ฑารมะ (ความเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกศาสนา)

 ขอขอบพระคุณองค์ภควัน ศรี สัตยา ไสบาบา องค์อวตารแห่งยุค
ที่ทรงประทานแสงสว่างให้แก่พวกเรา และขอให้ทุกท่านที่ได้พบแสงสว่างนั้น
สามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อที่จะได้ก้าวสู่ชีวิตแห่งจิตวิญญาณต่อไป
ด้วยความปรารถนาดี.......คณะผู้จัดทำ
Current Pageid = 191