Website Banner





ตอนที่ ๑๙...เหตุการณ์ในวันที่องค์ภควันได้เรียกให้เข้าไปพบเป็นส่วนตัว

      เวลาตีสี่ ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๔ ทุกคนตื่นขึ้นด้วยเสียงระฆังสัญญาณปลุก ต่างกระวีกระวาดรีบแต่งตัวด้วยชุดส่าหรีอย่างเดิม ซึ่งโกลาหลอย่างพิลึก ในวันนี้ข้าพเจ้าเองก็แต่งตัวด้วยชุดส่าหรีเช่นกัน แล้วก็ต่างรีบเดินมุ่งหน้าไปที่ตัวอาคารสถานที่พักขององค์ภควัน ผู้คนมากมายต่างคนต่างก็นั่งสมาธิเรียงกันเป็นแถว เงียบไม่มีเสียงเลย คณะเราก็ไปนั่งเรียงติดต่อรวมกันไปกับคนอื่นๆ รอดูว่าผู้คนเหล่านี้เขาจะพาเราทำอะไรต่อไป

        เวลาตีห้า เสียงคำว่า "โอม" จากต้นเสียงก็ดังออกมาจากภายในตัวอาคารนั้น ครั้นแล้วคำว่า "โอม" ก็ทะยอยก้องกังวาลกระหึ่มขึ้นจากปากของทุกๆ คนที่นั่งอยู่โดยรอบตัวอาคาร เสียงคำว่า 'โอม' นี้ จะดังทะยอยติดต่อกันถึง ๒๑ ครั้ง ข้าพเจ้านึกแปลกใจเสียง 'โอม' นี้กระมังที่ข้าพเจ้าได้ยินดังไปถึงบังกาลอร์เมื่อเช้าวานนี้ก่อนออกเดินทางมา เพราะเป็นเวลาตีห้าตรงกัน) แล้วทุกคนก็จะลุกขึ้นเดินตามกลุ่มคนหัวแถวซึ่งถือดนตรี ๔ ชิ้น นำสวดมนต์เพลงภชันมาตั้งแถวที่หน้าเทวาลัยรูปปั้นพระพิฆเนศ แล้วก็พาเดินสวดมนต์เพลงภชันจนรอบบริเวณอาศรม จนเวลา ๖ นาฬิกาเศษ

        เจ็ดโมงเช้าก็เป็นเวลารับประทานอาหารเช้า ซึ่งเช้านี้คณะเราไม่ได้ไปรับประทานที่โรงอาหาร เพราะได้มีเสบียงติดตัวไปบ้าง จึงได้จัดออกมารับประทานกันเอง แล้วก็มาเตรียมตัวเพื่อรอเวลาที่องค์ภควันจะออกมาดารชันอีกตอนเก้าโมงเช้า ข้าพเจ้าได้พูดคุยกับอาจารย์พรและคณะเราว่า ไม่ทราบว่าเราจะมีโอกาสที่องค์ภควันเรียกไปพบเป็นส่วนตัวหรือไม่ เพราะถามจากพ่อฤาษี พ่อก็ไม่ได้ให้ความหวังอะไร ได้แต่บอกว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องขององค์ภควัน ในเมื่อเข้ามาอยู่ในขอบข่ายเช่นนี้ จงทำใจให้สบายอย่าได้วิตกกังวลในสิ่งใดๆ อันจะเป็นสิ่งบั่นทอนความก้าวหน้าของตนเอง สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นผลดีเสมอสำหรับผู้ประกอบแต่เหตุปัจจัยที่ถูกต้อง ไม่ประทุษร้ายต่อคนอื่น ทั้งทางด้านกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม"

       
เช้าวันนี้คณะเราได้นั่งเป็นแถวที่ ๔ ดูจากสีหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความกังวลใจ พรุ่งนี้คณะเราก็จะเดินทางกลับกันแล้ว กุศลของคณะเราจะมีพอให้องค์ภควันเรียกไปพบบ้างไหมหนอ เราจะมีโอกาสได้เห็นได้พิสูจน์สิ่งที่นายเมอร์เฟ็ตกล่าวถึงองค์ภควันในหนังสือนั้นบ้างไหมหนอ ข้าพเจ้าพยายามทำใจให้สบายไม่วิตกกังวล หลับตานั่งสมาธิอธิษฐานจิตถึงองค์ภควันว่า "พรุ่งนี้คณะเราจากประเทศไทยทั้งหมดก็จะเดินทางกลับมาตุภูมิ ขอองค์ภควัน โปรดอำนวยพรแก่คณะเราทุกคนด้วยเถิด และขอองค์ภควันได้โปรดแผ่พลังให้แทรกซึมเข้าไปในวิภูติและของทุกชิ้นที่ติดตัวอยู่กับคณะเราทุกคนนั้น ให้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่จะเป็นสื่อให้คณะเราทุกคนได้พบแต่สิ่งที่ดีงามตลอดไป และขอให้คณะเราจงได้รับความสมปรารถนาทุกคน"

        ขณะที่องค์ภควันเดินออกมาจากตัวอาคาร ข้าพเจ้าก็ได้เข้าสมาธิอธิษฐานซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่เช่นนั้น จนองค์ภควันเดินมาถึงกลุ่มคณะเรา คุณนวลจันทร์ได้พูดบอกแก่องค์ภควันอีกว่า คณะเรามาจากประเทศไทย องค์ภควันได้ย้ำคำว่า "ไทยแลนด์" อีกแล้วก็ถามว่า "มาทั้งหมดกี่คน" เสียงคุณนวลจันทร์และอีกหลายคนตอบว่า "๑๘ คน" องค์ภควันจึงพูดต่ออีกว่า "ฉันจะพบท่าน" แล้วก็เดินผ่านไปเลย คำพูดทั้งหมดนี้เป็นภาษาอังกฤษอีกเช่นเคย ได้สร้างความงงงันให้กับคณะเราทุกคนว่า เมื่อไร ช่วงใดหนอที่องค์ภควันจะให้พบ

        เมื่อเสร็จจากเวลาดารชันแล้ว คณะเราก็ได้ออกมาพบกับนายเมอร์เฟ็ตและคุณไอริสอีกครั้งหนึ่ง ตามเวลาที่นัดไว้ตั้งแต่เมื่อวาน คือเวลา ๑๐.๐๐ น. ได้เล่าให้นายเมอร์เฟ็ตฟัง นายเมอร์เฟ็ตเองก็ได้บอกว่า เขาได้กราบนมัสการบอกองค์ภควันแล้วว่า คณะเราจากประเทศไทย ที่แปลหนังสือของเขา ที่เคยบอกไว้ว่าจะมานั้น บัดนี้ได้มาถึงแล้ว องค์ภควันก็ตอบว่า "ท่านจะพบกับคณะเรา" ซึ่งนายเมอร์เฟ็ตก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเมื่อไร เพราะไม่มีใครกล้าเดาใจองค์ภควันได้ คณะเรามีโอกาสได้พบและพูดคุยกับนายเมอร์เฟ็ตไม่มากนัก เพราะเขาก็ไม่ค่อยจะมีเวลา มีกลุ่มชาวสิงคโปร์ ชาวมาเลเซียคอยพบเขาอยู่หลายคน ดังนั้นคณะเราจึงมานั่งรอคอยเวลาสวดมนต์เพลงภชัน ซึ่งจะเริ่มเวลา ๑๑.๐๐ น.

        ก่อนจะถึงเวลา ๑๑.๐๐ น. เล็กน้อย มีรถเบนซ์แล่วเข้ามาจอดใกล้ตัวอาคาร สักครู่หนึ่งองค์ภควันก็เดินออกมาจากตัวอาคารนั้นและขึ้นรถไป ทุกคนใจหายวาบห่อเหี่ยวลงทันที องค์ภควันขึ้นรถไปที่ไหน จะไปนานสักเท่าใด เป็นครู่ใหญ่รถเบนซ์ก็แล่นกลับเข้ามา องค์ภควันก้าวลงจากรถ แล้วเสียงเพลงสวดมนต์ภชันก็ก้องกระหึ่มขึ้นอีก ดูทุกชีวิตในอาศรมประศานตินิลยัมเต็มไปด้วยความผาสุก บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ แม้ผู้คนจะมากมายแต่ก็เต็มไปด้วยความสงบเสงี่ยม สถานที่สะอาด ผู้คนมีทุกชาติ ทุกภาษา โดยเฉพาะชนชาวยุโรปครึ่งต่อครึ่งของจำนวนผู้คนมากมายนั้น


 ขอขอบพระคุณองค์ภควัน ศรี สัตยา ไสบาบา องค์อวตารแห่งยุค
ที่ทรงประทานแสงสว่างให้แก่พวกเรา และขอให้ทุกท่านที่ได้พบแสงสว่างนั้น
สามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อที่จะได้ก้าวสู่ชีวิตแห่งจิตวิญญาณต่อไป
ด้วยความปรารถนาดี.......คณะผู้จัดทำ
Current Pageid = 174