Website Banner





ตอนที่ ๔...สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จมารับสั่งกำหนดวันเดินทาง

สำหรับข้าพเจ้าได้ชักชวนทั้งท่านนายพลและคุณหญิงให้ร่วมเดินทางไปกับคณะเราด้วย เพราะอย่างน้อยท่านก็เคยเดินทางไปพบท่านไสบาบามาแล้ว ซึ่งท่านทั้งสองก็บอกว่ายังไม่แน่นัก เพราะท่านมีภารกิจมาก แต่ก็อยากจะทราบว่าคณะเราจะกำหนดแน่นอนเมื่อไหร่ ถ้าว่างอาจจะร่วมเดินทางไปด้วย

        รอคุณนวลจันทร์อยู่หลายวันก็ไม่ได้ข่าวคราว ข้าพเจ้าใช้โทรศัพท์ติดต่อสอบถามจนเกิดความรู้สึกว่าอีกฝ่ายจะเกิดความรำคาญ เพราะคุณนวลจันทร์ก็บอกว่าได้เทลเล็กซ์ติดต่อไปยังเอเย่นต์ที่อินเดียแล้ว ก็ไม่มีคำตอบที่แน่นอน เพราะทางอินเดียเขาก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านไสบาบาอยู่ที่ไหน และอีกประการหนึ่ง ค่าใช้จ่ายก็คำนวณไม่ถูก จากกรุงเทพถึงบัลกาลอร์ไม่มีปัญหา แต่เมื่อถึงบังกาลอร์แล้วจะไปหาท่านไสบาบา เป็นเรื่องที่คำนวณไม่ได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปควรจะไปเป็นกรุ๊ปซัก ๑๖-๑๗ คน เพราะค่าใช้จ่ายเวลาซื้อตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรมที่พัก ค่าอาหารจะได้ถูกสตางค์หน่อย ดีกว่าไปคนสองคน ข้าพเจ้าเล่าให้อาจารย์พรฟัง อาจารย์พรบอกว่า เราจะชวนใครไปด้วยได้อย่างไร เพราะไม่มีอะไรที่แน่นอน ข้าพเจ้าจึงได้เข้าสมาธิกราบเรียนถามท่านพ่อฤาษีอีกว่า เกิดปัญหาเช่นนี้แล้วเราควรจะตัดสินใจอย่างไร พ่อฤาษีได้แต่มองอย่างเห็นใจแต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามให้คลายความกังวล จนกระทั่งตอนเย็น ขณะที่คณะเรากำลังสวดมนต์นั่งสมาธิและกล่าวคำ
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ.. อยู่ที่ห้องสมาธิของสำนักค้นคว้าทางจิตวิญญาณ องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เสด็จมาและรับสั่งว่า "ให้เริ่มออกเดินทางไปกราบนมัสการอังค์ภควัน ศรี สัตยา ไสบาบา ณ ประศานตินิลยัม ปุตตปาร์ตี ประเทศอินเดีย ในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๒๔ อย่าได้ชักช้าให้เวลาล่วงเลยไปถึงสิ้นปี" ข้าพเจ้าจึงได้บอกอาจารย์พร และได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังคุณนวลจันทร์อีก

        เมื่อทราบวันกำหนดแน่นอนเช่นนั้น คุณนวลจันทร์ได้มาบอกอย่างกังวลใจว่า "ขอให้เรียนให้อาจารย์พรทราบด้วยว่า ในการเดินทางครั้งนี้อาจจะไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร เพราะพี่นวลก็ยังไม่เคยเดินทางไปเลยเช่นกัน ขาดตกบกพร่องอย่างไรก็ต้องขออภัย และค่าใช้จ่ายประมาณคร่าวๆ ก็คงราวๆ ๑๕,๐๐๐ บาท อย่าลืมน่ะการไปครั้งนี้ อาจารย์พรเป็นหัวหน้าคณะ พี่นวลเป็นเพียงลูกน้อง เป็นเพียงคนแบ่งเบาภาระของอาจารย์ ค่าใช้จ่ายก็หารกัน คุณศรีเพ็ญต้องบอกคณะที่ไปด้วยกันให้เข้าใจ ประเดี๋ยวเขาจะมาหาว่าอาจารย์กับพี่นวลสมคบกัน"
        ข้าพเจ้าได้บอกคุณนวลจันทร์ไปว่า "พี่นวลอย่ากังวลใจเลย ทุกคนที่จะร่วมไปด้วยจะต้องเข้าใจกัน พี่นวลช่วยจัดการเรื่องราวต่างๆ ให้ ก็เท่ากับรับภาระของทุกคนไปแล้ว" แม้กระนั้นน้ำเสียงของคุณนวลจันทร์ก็ไม่คลายกังวลอยู่ดี เพราะเป็นสถานที่ซึ่งคุณนวลจันทร์ยังไม่เคยไป และท่านไสบาบาเป็นใครก็ไม่รู้ รู้จักก็เพียงแต่อ่านจากหนังสือที่แปลมานิดหน่อยเท่านั้น ถ้าไม่เกรงใจและเคยเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์พรมาจริงๆ ละก้อ คุณนวลจันทร์จะต้องปฏิเสธการจัดการครั้งนี้อย่างแน่นอน ข้าพเจ้าได้บอกคุณนวลจันทร์ไปว่า ข้าพเจ้ามีความกระหายที่อยากจะไปเห็นท่านไสบาบามาก ส่วนเมื่อไปแล้วจะได้พบหรือได้เห็นหรือได้สนทนาหรือไม่นั้น เป็นประเด็นหลัง อย่างน้อยก็ไปเพื่อเป็นเชื้อวิบากไว้สำหรับอนาคตของการเดินทางในสังสารวัฏฏ์นี้ เมื่อมีใครเขามาบอกกล่าวว่า มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นแล้วที่นั่นที่นี่ เราจะได้ดั้นด้นไปหา เพื่อจะได้พบหนทางหลุดพ้นบ้าง ถึงแม้ท่านไสบาบาจะไม่ใช่พระพุทธเจ้า แต่ก็เป็นบุคคลที่น่าจะไปลองไปให้เห็นสักครั้ง กับทั้งย้ำอีกว่า คณะเราอยากจะได้พบและรู้จักกับนายโฮวาร์ด เมอร์เฟ็ท ผู้เขียนหนังสือที่เราแปลนี้ และไอริสภรรยาของเขา ซึ่งเราได้เคยเขียนจดหมายติดต่อกับเขาไว้แล้ว และเราได้บอกเขาไว้ว่า บางทีเราจะได้พบกับเขาที่ประศานตินิลยัมด้วย คุณนวลจันทร์จึงบอกว่า "ถ้าอย่างนั้น ไปก็ไป"

        จากวันที่รู้กำหนดแน่นอนแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้ชักชวนคนที่ไปมาหาสู่อยู่เสมอว่าใครจะไปบ้าง เพราะไม่มีเวลาเตรียมตัวอะไรเลย จะบอกแก่สมาชิกที่สั่งไว้ว่าจะไปเมื่อไหร่ก็ขอให้บอกด้วยนั้นก็ไม่ทัน เนื่องจากเวลากระชั้นชิดมาก และสำหรับคนที่ร่วมไปด้วยนี้ ทั้งอาจารย์พรและข้าพเจ้าได้บอกล่วงหน้าไว้ว่า การไปครั้งนี้เป็นการเสี่ยงนะ ไม่มีความแน่นอนว่าจะได้พบหรือแม้แต่ได้เห็นท่านไสบาบาหรือไม่ เพราะไม่มีใครทราบเลยว่าท่านอยู่ที่ไหน จะอยู่ที่ไวท์ฟิลด์ หรือประศานตินิลยัม หรือปุตตปาร์ตี และแม้แต่ไวท์ฟิลด์ หรือประศานตินิลยัม หรือปุตตปาร์ตีจะอยู่ที่ไหน ห่างจากบังกาลอร์ไปอีกไกลสักเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ เพราะชื่อเหล่านี้ก็ทราบแต่จากในหนังสือเท่านั้น ที่พอจะรู้บ้างก็เพียงจากท่านนายพลและคุณหญิงว่า ประศานตินิลยัม ปุตตปาร์ตีนั้น อยู่ห่างจากบังกาลอร์ไปไกลโขทีเดียว ระยะทางทุรกันดารราวเกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร เมื่อถึงโรงแรมที่บังกาลอร์แล้วก็พอจะหาเช่าแท็กซี่ไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าพอจะเบาใจและสบายใจบ้าง เพราะท่านนายพลและคุณหญิงตกลงใจว่าจะร่วมเดินทางไปกับคณะเราด้วย และอีกประการหนึ่งท่านได้บอกว่า การไปเฝ้าท่านไสบาบานั้นต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่วนมากจะแต่งตัวแบบชาวอินเดียทั้งนั้น โดดยเฉพาะผู้หญิงต้องแต่งตัวด้วยผ้าส่าหรี เพราะปกคลุมร่างกายมิดชิด จึงเป็นการสนุกและโกลาหลนิดหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่ตัดสินใจร่วมเดินทางไปด้วยก็บอกว่า ไม่เป็นไร ขอได้เป็นผู้ติดตามอาจารย์พรก็แล้วกัน ซึ่งทำให้อาจารย์พรสบายใจขึ้นมาก

        สำหรับข้าพเจ้าเอง เมื่อจัดการทุกอย่างลงตัวดีแล้ว แทนที่จะเบาใจหรือสบายใจ ทำไมนะ ในจิตใจจึงหนักอึ้งเสียนี่กระไร ราวกับมีอะไรมากดทับ มีความกังวลใจอยู่ลึกๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้ ไม่ทราบว่าตัวเองกังวลใจในเรื่องอะไร พยายามเข้าสมาธิกราบเรียนให้ท่านพ่อฤาษีทราบ และอธิษฐานจิตถึงท่านไสบาบาว่า

คณะเราจะประเทศไทยจะเดินทางมากราบน้อมนมัสการท่าน
ขอท่านจงเปิดทางและรับความเคาระจากคณะเราด้วยเถิด
และขอมวลเหล่าเทพเจ้าโอปปาติกะผู้มีทิพญาณได้รับทราบ
และส่งข่าวนี้ไปกราบน้อมนมัสการองค์ภควันด้วยเถิด


อธิษฐานบอกไปทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่า ไม่มีความสามารถในอันที่จะส่งกระแสความคิดไปให้ท่านรับรู้

จบตอน...
ตอนที่ ๕ อุปสรรคก่อนเดินทาง

 ขอขอบพระคุณองค์ภควัน ศรี สัตยา ไสบาบา องค์อวตารแห่งยุค
ที่ทรงประทานแสงสว่างให้แก่พวกเรา และขอให้ทุกท่านที่ได้พบแสงสว่างนั้น
สามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อที่จะได้ก้าวสู่ชีวิตแห่งจิตวิญญาณต่อไป
ด้วยความปรารถนาดี.......คณะผู้จัดทำ
Current Pageid = 157