Website Banner





ตอนที่ ๑...ปฐมเหตุ

     อันสืบเนื่องมาจากการเดินทางตามรับสั่งขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สู่แดนพุทธภูมิ ตามรอยบาทพระศาสดานั่นเอง เป็นปัจจัยบังเกิดเชื้อให้มีสื่อสายสัมพันธ์ องค์ภควัน ศรีสัตยา ไส บาบา ซึ่งสายใยนี้คงจะนอนเนื่องเป็นเงาอยู่แล้วโดยไม่รู้สึกในจิตสำนึก แต่ได้มาแจ่มชัดเจนขึ้นเมื่อได้มากราบนมัสการองค์ภควัน ศรีสัตยา ไส บาบา ณ ประศานตินิลยัม ปุตตปาร์ตี

     เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๒ ตามรับสั่งขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช คณะเราโดยมีอาจารย์พร รัตณสุวรรณ เป็นหัวหน้าได้เดินทางไปอินเดียเพื่อกราบนมัสการสังเวชนียสถาน และนำดินศักดิ์สิทธิ์มาบรรจุภายในองค์พระเจดีย์อิสรภาพ อนุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลแคมป์สน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ในคราวครั้งนั้น ขณะที่กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางจากพุทธคยาต่อไปอีกนั้น ท่านพระมหาวิจิตร วิจิตฺโต ซึ่งขณะนั้นท่านพำนักอยู่ที่วัดไทยพุทธคยาเพื่อการศึกษา ได้เดินทางร่วมไปกับคณะเราด้วย ท่านได้พูดคุยกับอาจารย์พรด้วยเรื่องราวต่างๆ มากมาย ในบรรดาเรื่องราวที่พูดคุยกันนั้น ได้มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง คือ เรื่องราวขององค์ภควัน ศรีสัตยา ไส บาบา กับทั้งได้มอบหนังสือเรื่อง SAI BABA, MAN OF MIRACLE ให้อาจารย์พร ๑ เล่ม บอกว่าเป็นหนังสือซึ่ง ท่านนายพลเรือโท ประสาน และคุณหญิงปาริชาติ พรหมประวัติ ผู้ซึ่งเป็นประจักษ์พยานถึงเรื่องราวของท่านไสบาบา ให้ยืมมาอ่าน อาจารย์พรฟังเรื่องราวของท่านไสบาบา ด้วยความสนใจว่า ถ้าไม่ใช่เป็นการเล่นกลแล้ว จะเป็นไปได้ละหรือที่จะมีบุคคลเช่นนี้ในยุคปรมาณูนี้ ถ้าเป็นไปได้จริง ก็หมายความว่า ได้มีพยานบุคคลยืนยันพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ที่บันทึกไว้ในคัมภีร์เกี่ยวกับเรื่องปาฏิหาริย์ได้อย่างชัดเจน จึงได้รับหนังสือนั้นจากท่านมหาวิจิตรมา และได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ของท่านไสบาบา จากที่ได้ฟังมาจากท่านมหาวิจิตร ให้อาจารย์ศิริ พุทธศุกร์ และข้าพเจ้าฟังกับทั้งได้ขอร้องให้อาจารย์ศิริ ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู พร้อมทั้งได้ขอให้เล่าให้ฟังด้วย เพราะอาจารย์พรอ่านภาษาอังกฤษได้ไม่รวดเร็วเหมือนอาจารย์ศิริ และถ้าเผื่อว่าน่าสนใจแล้ว ก็อาจจะแปลและพิมพ์เผยแผ่ด้วย อาจารย์ศิริรับหนังสือไปอย่างไม่ค่อยสนใจและไม่ค่อยเต็มใจนัก อีกประการหนึ่ง อาจารย์ศิริเองก็ไม่ค่อยจะมีเวลาเลย สำหรับข้าพเจ้าฟังเรื่องราวของท่านไสบาบาด้วยความสนใจ และเกิดความรู้สึกอยากที่จะไปพบเห็นไปดูว่า เป็นไปอย่างที่ฟังจากคนอื่นเล่าหรือเปล่า ถึงจะเป็นนักเล่นกลแต่ก็อยากจะพบอยากจะเห็น ได้เข้าสมาธิถามจากพ่อฤาษีและบรรดาเทพเจ้าองค์อื่นๆ ว่า รู้จักท่านไสบาบาหรือไม่ ท่านเป็นคนอย่างไร พ่อฤาษีและเทพเจ้าองค์อื่นๆ ก็ไม่ให้ความกระจ่างแต่อย่างใด เพียงแต่ให้ข้อคิดว่า คณะเราทำงานค้นคว้าทางวิญญาณ ยังไม่ทันจะลงมือทำอะไร เอาแต่ถามๆๆ จะเป็นการมักง่ายจนเกินไป การจะเป็นผู้รู้อย่างแท้จริง จะต้องลงมือทำและใคร่ครวญแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน อย่าวินิจฉัยอะไรหรือวินิจฉัยใครๆ ด้วยการฟังแต่คำบอกเล่าเท่านั้น จะทำให้เกิดการผิดพลาด และจะทำให้ตัวเองเสียประโยชน์อันยิ่งใหญ่ที่มีคุณค่าสำหรับชีวิตได้

     เมื่อเดินทางกลับมาจากอินเดียคราวนั้นแล้ว ทั้งอาจารย์พรและข้าพเจ้าก็ได้ถามอาจารย์ศิริอยู่เสมอว่าได้เริ่มอ่านหนังสือ SAI BABA, MAN OF MIRACLE บ้างหรือยัง เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้าง อาจารย์ศิริก็ได้แต่ตอบว่า ยัง...ยัง...ยังไม่มีเวลาเลย จนอาจารย์พรก็ยุ่งไม่มีเวลาคุยกับอาจารย์ศิริถึงเรื่องนี้อีกเลย แต่ความรู้สึกของข้าพเจ้าก็ไม่สร่างซาจากการอยากจะทราบเรื่องราวของหนังสือ จนใช้วิธีคอยกระตุ้นอาจารย์ศิริอยู่เสมอแทบทุกวัน และในที่สุดอาจารย์ศิริ เกิดความรำคาญจึงตกลงว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า เพราะอาจารย์ศิริกับอาจารย์พรเวลาว่างไม่ตรงกัน ถ้าอาจารย์ศิริมีเวลาวันละนิดวันละหน่อย อ่านแปลใส่เทปไว้ อาจจะเป็นวันละหน้า หรือสองหน้าก็ได้ แล้วเมื่ออาจารย์พรมีเวลาก็ได้ฟังจากเทป อาจารย์ศิริจึงตกลงตามนี้ พออาจารย์ศิริเริ่มลงมือแปลใส่เทปได้ไม่เท่าไหร่ กำลังใจในการแปลก็หลั่งไหลมา แปลได้ไม่หยุดยั้ง พอมีเวลาจะต้องแปลทันที อาจารย์พรได้นำเทปที่อาจารย์สิริแปลมาเปิดฟังไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็สั่งให้ลอกจากเทปและพิมพ์เพื่อให้เป็นที่ทราบกันแพร่หลาย และพร้อมกันนั้น เมื่อท่านมหาวิจิตรกลับมาจากอินเดีย อาจารย์พรได้ขอร้องให้พาไปพบ และรู้จักกับท่านนายพลเรือโทประสาทและคุณหญิงปาริชาติ เพื่อขอดูหลักฐานคือ ล็อกเก็ตที่ได้รับมา และซักถามถึงเรื่องราวของท่านไสบาบาอีก และตั้งใจไว้ว่า จะต้องหาโอกาสไปพบท่านไสบาบา ด้วยตนเอง ข้าพเจ้าผู้ซึ่งคอยติดตามไปด้วยความอยากจะทราบเรื่องราวและรู้สึกมีความผาสุกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้ฟังใครๆ เล่าถึงท่านไสบาบา ใครกันนะ...ทำไมจึงมีแต่คนบอกว่าเป็นนักเล่นกล และทำไมนะ...จิตใจของเราจึงช่างแต่คอยวนเวียนอยากจะรู้จักให้มากขึ้น.....


 ขอขอบพระคุณองค์ภควัน ศรี สัตยา ไสบาบา องค์อวตารแห่งยุค
ที่ทรงประทานแสงสว่างให้แก่พวกเรา และขอให้ทุกท่านที่ได้พบแสงสว่างนั้น
สามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อที่จะได้ก้าวสู่ชีวิตแห่งจิตวิญญาณต่อไป
ด้วยความปรารถนาดี.......คณะผู้จัดทำ
Current Pageid = 153